วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569

📚 เปิดโลกแห่งการเรียนรู้กับ “ร้านหนังสือ #สำนักพิมพ์ทองใบ”

 

📚 เปิดโลกแห่งการเรียนรู้กับ “ร้านหนังสือสำนักพิมพ์ทองใบ”

Link:

 


รวมหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (eBook) คุณภาพมากกว่า 300 เรื่อง ที่คัดสรรและเรียบเรียงโดย

พลเรือตรี รศ.ทองใบ ธีรานันทางกูร

ครอบคลุมเนื้อหาหลากหลายสาขา อาทิ

พระพุทธศาสนาและพระไตรปิฎก
ประวัติศาสตร์และอารยธรรมโลก
เศรษฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
การศึกษาและการพัฒนาตนเอง
เครื่องรางของขลังและวัฒนธรรมไทย
ชีวประวัติบุคคลสำคัญ
ภาษา บาลี และวรรณคดี
สารานุกรมและพจนานุกรมเฉพาะทาง

ทุกเล่มสามารถอ่านได้ทันทีบนสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์

🌟 อ่านง่าย ได้สาระ และสามารถศึกษาค้นคว้าได้ตลอดชีวิต

หากท่านกำลังมองหาหนังสือดี ๆ ที่ช่วยเพิ่มพูนความรู้ พัฒนาปัญญา และต่อยอดความสำเร็จในชีวิต

"หนังสือเพียงหนึ่งเล่ม อาจเปลี่ยนความคิดของท่านได้ตลอดกาล"

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ใครเป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยปัญจาบ เมืองจันดิการ์ อินเดียบ้าง โปรดแสดงตน

ใครเป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยปัญจาบ เมืองจันดิการ์ อินเดียบ้าง โปรดแสดงตน


1.นายทองใบ  หงษ์เวียงจันทร์
ศึกษาและจบปริญญาโททางรัฐศาสตร์ M.A. Political Science เมื่อปี ค.ศ. 1976 พักอยู่ที่ Men's Hostel No.3 กลับจากอินเดียเข้ารับราชการเป็นนายทหารเรือ ที่กรมข่าวทหารเรือ และโรงเรียนนายเรือ ได้รับยศพลเรือตรี และมีตำแหน่งทางวิชาการเป็น รองศาสตราจารย์ เปลี่ยนนามกุลเป็น ธีรานันทางกูร


2.พระมหาสัญชัย สุขอ้วน
จากวัดบรมนิวาศ กรุงเทพฯ ศึกษาและจบปริญญาโทจากคณะรัฐประศาสนศาสตร์ (Public Administration) พำนักอยู่ที่หอพักนานาชาติ Men's Hostel No. 1 ท่านได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลอินเดีย เป็นพระที่เก่งภาษาอังกฤษเป็นที่ยิ่ง นับว่าเป็นพระไทยรูปแรกที่จบจากคณะนี้ หลังจบกลับมาที่เมืองไทยแล้ว ท่านสัญชัยลาสิกขาเข้ารับราชการที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น และในขณะที่รับราชการอยู่ที่นั่นท่านได้เสียชีวิตโดยถูกปองร้ายยิงด้วยอาวุธปืน เป็นข่าวใหญ่ในหนังสือพิมพ์ระดับชาติ


3.นายพงศ์เผ่า เกษทอง
ศึกษาและจบปริญญาโทจากคณะรัฐประศาสนศาสตร์(Public Administration) คณะเดียวกับพระมหาสัญชัย สุขอ้วน เป็นนักเรียนที่จบปริญญาตรีที่นี่และต่อปริญญาโท พำนักอยู่บ้านเช่า หลังกลับจากอินเดียเข้ารับราชการในกระทรวงมหาดไทย ตำแหน่งของท่านเท่าที่ค้นพบ เป็นรองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย


4. นายสมนึก ศูนย์กลาง
ข้าราชการครูสังกัดกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เป็นชาวสุรินทร์ ศึกษาและจบปริญญาโททางการศึกษา M.Ed. พักอยู่หออินเตอร์ Men's Hostel No.1 ตำแหน่งสุดท้ายเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนประจำจังหวัดสุรินทร์


5. นายบุญไทย บรรยงบุญฤทธิ์
เป็นชาวจังหวัดเลย ศึกษาและจบปริญญาโททางการศึกษา M.Ed. พักที่หออินเตอร์ Men's Hostel No.1 กลับมาเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ และเป็นนักเขียนแนวลี้ลับ โดยใช้นามปากกา บรรยง บุญฤทธิ์


6.นายอรัญ พรหมวัน
เป็นชาวใต้ ศึกษาและจบปริญญาโททางด้านการศึกษา M.Ed. พักที่หออินเตอร์  Men's Hostel No.1 กลับมาเข้ารับราชการที่กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตำแหน่งครั้งสุดท้ายเป็นรองอธิบดีของกรมใดกรมหนึ่ง จำไม่ได้เสียแล้ว

ดร.พระมหาเดช กตปุญโญ ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ วัดอโศกพุทธวิหาร เมืองจันดิการ์ อินเดีย



เมื่อคราวที่ ดร.พระมหาเดช กตปุญฺโญ หรือ พระครูธีรสารปริยัติคุณ รองอธิการบดี ฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นชื่อ Tribune ลงภาพและข่าวนี้

พระมหาเดช กตปุญโญ ผู้มีบทบาทในการก่อตั้งวัดอโศกพุทธวิหาร เมืองจันดิการ์ อินเดีย


พระมหาเดช กตปุญโญ พระนักศึกษามหาวิทยาลัยปัญจาบ (ปัจจุบันรู้จักท่านในนาม พระครูธีรสารปริยัติคุณ รองอธิการบดี ฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย) ผู้มีบทบาทในการก่อตั้งวัดอโศกพุทธวิหาร เมืองจันดิการ์ อินเดีย

พระพุทธรูปองค์ใหญ่ในวัดอโศกพุทธวิหาร เมืองจันดิการ์ อินเดีย


พระพุทธรูปองค์ใหญ่ของวัดอโศกพุทธวิหาร เมืองจันดิการ์ อินเดีย สร้างเสร็จแล้วแต่ยังไม่มีทุนก่อสร้างหลังคา



คณะศรัทธาในอินเดีย ซึ่งประกอบด้วยพุทธศาสนิกชนทั้งฝ่ายบรรพชิตและฝ่ายฆราวาส โดยฝ่ายบรรพชิตประกอบด้วยพระมหาสายรุ้ง อินฺทาวุโธ พระมหาคุณาวุฒิ เขมเปโม พระมหาวุฒิพงษ์ วุฑฺฒิเมธี พระมหานันทกรณ์ ปิยภาณี พระมหาสิริ สิรินธโร และพระมหาประภากร นนฺทกโร ส่วนฝ่ายฆราวาสประกอบด้วย ฯพณฯ กฤต ไกรจิตติ เอกอัครราชทูต กรุงนิวเดลี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และคุณพลเดช วรฉัตร อัครราชทูต เป็นรองประธานฯ พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนอีกจำนวนหนึ่งได้นำผ้าป่าสามัคคีไปทอด ณ วัดอโศกพุทธวิหาร เมืองจันดิการ์  อินเดีย ได้เงินรวมทั้งสิ้น 151 640 รูปี (หนึ่งแสนห้าหมื่นหนึ่งพันหกร้อยสี่สิบรูปีถ้วน) คาดว่าตอนนี้วิหารหลวงพ่อโตคงมีหลังคาเรียบร้อยไปแล้ว


วิหารของวัดอโศกพุทธวิหาร เมืองจันดิการ์ อินดีย


ลักษณะวิหารของวัดอโศกพุทธวิหาร เมืองจันดิการ์ อินเดีย
เป็นแบบไทย มีพระพุทธรูปแบบไทย พร้อมพระอัครสาวกเบื้องขวาและเบื้องซ้าย กล่าวคือ พระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะ
ทั้งนี้เพราะมีพระไทยที่ไปศึกษาอยู่ ณ มหาวิทยาลัยปัญจาบเข้าไปพำนักอยู่

ศาสนวัตถุในวัดอโศกพุทธวิหาร เมืองจันดิการ์ อินเดีย

ป้ายชื่อวัดอโศกพุทธวิหาร เมืองจันดิการ์ อินเดียมีข้อความว่า

"อโศกพุทธวิหาร
ขุทะ อาลิ เชอร์
จันดิการ์(ยู.ที.)
สมาคมชาวพุทธเมืองจันดิการ์
ทะเบียนเลขที่ 402 of 1978-79"