วัดอโศกพุทธวิหาร จึงเป็นศูนย์กลางของนักศึกษาไทย ชาวพุทธอินเดียในเมืองจันดิการ์ และใกล้เคียง เมื่อถึงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา จะมีชาวพุทธจำนวนหนึ่ง มาบำเพ็ญศาสนกิจร่วมกัน ทั้งพระภิกษุ และฆราวาส ดังนั้น วัดแห่งนี้จึงมีความสำคัญทางด้านศูนย์รวมจิตใจ และในส่วนของการประกอบพิธีกรรม ทำศาสนกิจของพระสงฆ์และประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชาวพุทธศาสนิกชนชาวไทย และชาวอินเดีย
จากข้อมูลในไซเบอร์วนารามดอทเน็ต:พระพุทธศาสนาในโลกไซเบอร์ ในตอนที่กล่าวถึง ดร.บี.อาร์ เอ็มเบ็ดการ์กับขบวนการชาวพุทธใหม่ในอินเดีย ได้นำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมที่ให้ความกระจ่างชัดเกี่ยวกับวัดอโศกพุทธวิหาร สถานะที่แท้จริงของวัดและกิจกรรมต่างๆในวัดแห่งนี้ไว้ดังนี้
“มีชาวพุทธดั้งเดิมทั่วประเทศอินเดียที่บรรพบุรุษเคยนับถือพระพุทธศาสนามาก่อน ได้รวมตัวกันเพื่อปฏิญาณว่าคือชาวพุทธที่แท้จริงโดยตั้งเป็นสกุลชื่อ “บาร์รัว” ดังนั้นนามสกุลบาร์รัวคือชาวพุทธดั้งเดิม ไม่ทราบจำนวนที่แน่นอนว่ามีจำนวนเท่าใด แต่เท่าที่ผู้เขียนเคยได้พบกับกับคนในสกุลนี้ที่เมืองจันทิการ์ รัฐปัญจาบ ซึ่งสกุลบาร์รัวร่วมกับ ดร.พระอาจารย์เดช กตปุญโญ เจ้าอาวาสวัดมัชฌันติการาม กรุงเทพ ได้ร่วมกันสร้างวัดขึ้นที่กุดารอาริเช่ ข้างบริเวณเชิงเขา ตั้งชื่อว่าวัดอโศกพุทธวิหาร โดยบริหารในรูปของคณะกรรมการ ผู้บริหารส่วนมากมีนามสกุลบาร์รัวแทบทั้งนั้น ทั้งๆที่บางคนไม่รู้จักกันมาก่อนแต่ถือเอาตามนามสกุลและยอมรับว่าเป็นพุทธศาสนิกชน
“ปัจจุบันวัดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมของพุทธศาสนิกชนทุกวันอาทิตย์จะมาร่วมชุมนุมกัน มีการบรรยายธรรมะกลางบริเวณสนามหญ้าจากพระภิกษุหรือฆราวาสผู้มีความรู้ทางพระพุทธศาสนา ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ และร่วมรับประทานอาหารคล้ายๆกับสังคมชาวพุทธในประเทศไทย แต่ที่แตกต่างกันคือทุกคนจะมากันทั้งครอบครัวมาตั้งแต่เช้าพูดคุยอย่างเป็นกันเอง และทยอยกันกลับเมื่อเวลาเย็น ดังนั้นบริเวณวัดที่มีเนื้อประมาณ 5 ไร่ จึงเต็มไปด้วยพุทธศาสนิกชนทุกเพศทุกวัย เด็กๆวิ่งเล่น หรือบางครั้งก็เล่นกีฬาตามแต่จะมีอุปกรณ์เท่าที่จะหาได้
“คนหนุ่มสาวและคนวัยกลางคน ช่วยกันทำงานในบริเวณวัดเช่นปรับพื้นที่ ก่อกำแพง ทำความสะอาดบริเวณวัดและบริเวณใกล้เคียง ฯลฯ ส่วนคนสูงอายุก็นั่งสนทนาธรรมกันเป็นกลุ่มๆ พระภิกษุนั่งในวิหารสนทนาธรรมกับผู้ที่มีความสงสัย
“ในช่วงที่ผู้เขียนแวะไปเยี่ยมวัดอโศกพุทธวิหารนั้นมีพระสงฆ์อยู่ 2 รูป เป็นพระไทยคือพระมหาชัยณรงค์ ศรีมันตระ กำลังศึกษาปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยปัญจาบจันทิการ์ และพระภิกษุชาวอินเดียแต่อุปสมบทที่พม่ารูปหนึ่งอยู่ประจำ ดังนั้นการสนทนาส่วนมากจึงเป็นภาษาฮินดี เพราะสื่อกันได้ง่าย แทนที่จะสนทนาเป็นภาษาอังกฤษ ท่านอาจารย์ชัยณรงค์เล่าให้ฟังว่า “การบริหารทั้งหมดอยู่ที่คณะกรรมการ พระสงฆ์มีหน้าที่เพียงแต่อยู่เฝ้า ไม่มีสิทธิ์ในการบริหารแต่อย่างใด วัดนี้เป็นวัดของอินเดีย ไม่ใช่วัดไทย เพียงแต่อาศัยรูปแบบมาจากวัดไทย ดังนั้นเราจะอยู่หรือไม่ ไม่ใช่สาระสำคัญ คณะกรรมการเขามีสิทธิ์พิจารณาจะให้พระอยู่หรือไปก็ได้ ผมอยู่นี้มา 3 ปีแล้ว เห็นคณะกรรมการนิมนต์พระภิกษุชาวอินเดียออกจากวัดมาหลายรูป ส่วนพระไทยเขาจะให้เกียรติเป็นพิเศษ ที่สำคัญคือเราไม่ได้อาศัยเงินและอาหารจากเขา ผิดกับพระชาวอินเดียทางคณะกรรมการต้องถวายนิตยภัตต์เป็นรายเดือนทั้งค่าอาหาร และเครื่องใช้สอยอื่นๆ”
“ในช่วงที่ผู้เขียนแวะไปเยี่ยมวัดอโศกพุทธวิหารนั้นมีพระสงฆ์อยู่ 2 รูป เป็นพระไทยคือพระมหาชัยณรงค์ ศรีมันตระ กำลังศึกษาปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยปัญจาบจันทิการ์ และพระภิกษุชาวอินเดียแต่อุปสมบทที่พม่ารูปหนึ่งอยู่ประจำ ดังนั้นการสนทนาส่วนมากจึงเป็นภาษาฮินดี เพราะสื่อกันได้ง่าย แทนที่จะสนทนาเป็นภาษาอังกฤษ ท่านอาจารย์ชัยณรงค์เล่าให้ฟังว่า “การบริหารทั้งหมดอยู่ที่คณะกรรมการ พระสงฆ์มีหน้าที่เพียงแต่อยู่เฝ้า ไม่มีสิทธิ์ในการบริหารแต่อย่างใด วัดนี้เป็นวัดของอินเดีย ไม่ใช่วัดไทย เพียงแต่อาศัยรูปแบบมาจากวัดไทย ดังนั้นเราจะอยู่หรือไม่ ไม่ใช่สาระสำคัญ คณะกรรมการเขามีสิทธิ์พิจารณาจะให้พระอยู่หรือไปก็ได้ ผมอยู่นี้มา 3 ปีแล้ว เห็นคณะกรรมการนิมนต์พระภิกษุชาวอินเดียออกจากวัดมาหลายรูป ส่วนพระไทยเขาจะให้เกียรติเป็นพิเศษ ที่สำคัญคือเราไม่ได้อาศัยเงินและอาหารจากเขา ผิดกับพระชาวอินเดียทางคณะกรรมการต้องถวายนิตยภัตต์เป็นรายเดือนทั้งค่าอาหาร และเครื่องใช้สอยอื่นๆ”
สถานที่ติดต่อ :
Asoka Buddha Vihar
KHUDA ALISHER
CHANDIGARH
INDIA
TEL/FAX 91-0172-785970
CHANDIGARH
INDIA
TEL/FAX 91-0172-785970
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น